Last updated: 30 เม.ย 2569 | 9 จำนวนผู้เข้าชม |
-น้ำมันดีเซลคือทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าหากคุณต้องเก็บเชื้อเพลิงไว้ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิแวดล้อมที่สูงหรือมีวัตถุไวไฟ เช่น โรงรถ เนื่องจาก น้ำมันเบนซินนั้นมีคุณสมบัติไวไฟมากกว่าซึ่งทำให้มีความเสี่ยงมากกว่าในการที่จะเกิดอุบัติเหตุ
-น้ำมันดีเซลยังมีอายุในการเก็บรักษาที่นานกว่า หากเก็บรักษาอย่างดีน้ำมันดีเซลสามารถเก็บได้นาน 6-12 เดือน ในทางตรงกันข้าม น้ำมันเบนซินสามารถเก็บได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น อายุการเก็บรักษาที่สั้นลงนี้หมายความว่าน้ำมันเบนซินจะต้องได้รับการบำบัดและใช้ในอัตราที่มากกว่าน้ำมันดีเซล 2-4 เท่าซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในระยะยาวสูงขึ้นด้วย
-เชื้อเพลิงดีเซลมีราคาที่ถูกกว่า เนื่องจากรถยนต์และเครื่องยนต์เล็กๆส่วนใหญ่ใช้เชื้อเพลิงเบนซินทำให้ น้ำมันเบนซินมีราคาที่สูงกว่าตามความต้องของตลาดนั่นเอง
-เครื่องยนต์ดีเซลมีกำลังในการอัดอากาศที่สูงเพื่อให้เกิดการจุดละเบิดและเผาไหม้ด้วยตัวเองทำให้ไม่ต้องพึ่งพาระบบหัวเทียนในการทำงาน
-หากเทียบกับผลลัพธ์ที่เท่ากัน เครื่องยนต์ดีเซลจะเผาไหม้น้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซินทำให้เครื่องยนต์ดีเซลประหยัดพลังงานมากกว่า
-เครื่องยนต์ดีเซลจะดูแลรักษาง่ายกว่าเนื่องจากไม่ต้องใช้หัวเทียนและคาร์บูเรเตอร์ในการจุดระเบิด หากเปิดใช้งานเครื่องที่ 1,800 RPM เครื่องยนต์ดีเซลสามารถทำงานได้ 12,000-30,000 ชั่วโมงโดยไม่จำเป็นต้องบำรุงอะไรมาก ในทางกลับกันเครื่องยนต์เบนซินจะทำงานได้เพียง 6,000-10,000 ชั่วโมงเท่านั้น (RPM=รอบต่อนาที หรือ Revolutions per minute)
-อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เครื่องปั่นไฟดีเซลมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าคือความร้อนที่ผลิตออกมาขณะที่เครื่องยนต์ทำงานมีปริมาณน้อย ซึ่งความร้อนนี้จะส่งผลโดยตรงกับอะไหล่และส่วนประกอบอื่นๆของเครื่องปั่นไฟ ซึ่งเครื่องยนต์ดีเซลจะปล่อยความร้อนระหว่าการทำงานน้อยกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ทำให้อะไหล่และส่วนอื่นๆของเครื่องมีอายุการใช้นานที่ยาวนานขึ้นตามไปด้วย
-เครื่องยนต์ดีเซลถูกออกแบบสำหรับการใช้งานที่หนักและต่อเนื่อง ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าไม่ว่าจะเป็นงานหนัก งานเบา ในทางตรงกันข้ามเครื่องยนต์เบนซินไม่ได้ถูกออกแบบสำหรับการงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน จึงไม่เหมาะกับการใช้งานกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานมาก
20 เม.ย 2569
21 เม.ย 2569
23 เม.ย 2569