Last updated: 18 ก.ค. 2568 | 74 จำนวนผู้เข้าชม |
เครื่องปั่นไฟ (หรือเครื่องยนต์ที่ใช้สำหรับการผลิตไฟฟ้า) จะแบ่งออกเป็นเครื่องยนต์ 2 จังหวะและ 4 จังหวะ ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน ดังนั้นการแยกแยะเครื่องปั่นไฟ 2 จังหวะและ 4 จังหวะสามารถทำได้ตามลักษณะต่างๆ ดังนี้:
1. ลักษณะการทำงาน
เครื่องปั่นไฟ 2 จังหวะ: จะทำงานใน 2 จังหวะ (ขึ้นและลง) โดยการเผาไหม้และการขับเคลื่อนเกิดขึ้นในแต่ละรอบการหมุนเพลาขับ ซึ่งจะทำให้เครื่องยนต์มีความแรง แต่ก็จะต้องเติมน้ำมันผสมกับน้ำมันเบนซิน (ไม่แยกน้ำมันและน้ำมันหล่อลื่น) เพื่อหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในเครื่อง
เครื่องปั่นไฟ 4 จังหวะ: จะทำงานใน 4 จังหวะ (ดูด, บีบ, ระเบิด, และไอเสีย) โดยจังหวะการทำงานจะช้ากว่าและมีการแยกน้ำมันหล่อลื่นกับน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นเครื่องยนต์จะมีอายุการใช้งานยาวนานกว่ามักจะให้ความเสถียรและไม่ต้องเติมน้ำมันผสม
2. เสียงของเครื่องยนต์
2 จังหวะ: เครื่องยนต์จะเสียงดังขึ้นและมีลักษณะเสียงสูงค่อนข้างมาก เพราะเครื่องทำงานเร็ว
4 จังหวะ: เสียงจะเบาลงและเสียงมักจะมีความลึก เพราะการทำงานของมันมีความช้ากว่า
3. ความซับซ้อนและการดูแลรักษา
2 จังหวะ: ง่ายและไม่ซับซ้อน มีชิ้นส่วนในการทำงานน้อยกว่า
4 จังหวะ: ซับซ้อนกว่า มีระบบแยกน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งต้องดูแลรักษามากขึ้น แต่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
4. ประสิทธิภาพการใช้งาน
2 จังหวะ: ใช้พลังงานได้ดี แต่กินน้ำมันมากและมักจะมีมลพิษจากการเผาไหม้
4 จังหวะ: ใช้น้ำมันน้อยกว่าและมีการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
5. การระบุจากป้ายหรือสัญลักษณ์
หากดูที่เครื่องปั่นไฟหรือคู่มือ จะเห็นว่ามีการระบุว่าเป็น เครื่องยนต์ 2 จังหวะ หรือ 4 จังหวะ บางรุ่นก็อาจจะมีสัญลักษณ์ที่แสดงถึงประเภทนี้ด้วย
วิธีง่ายที่สุดคือการสังเกตจากการเติมน้ำมัน ถ้าเครื่องต้องเติมน้ำมันผสมกับน้ำมันเบนซิน (2 จังหวะ) ส่วน 4 จังหวะจะเติมแยกต่างหากตามปกติค่ะ
27 ส.ค. 2568
23 ส.ค. 2568
25 ส.ค. 2568
27 ส.ค. 2568